2007/Jan/02


"เอก... เราเลิกกันเถอะ"
3 ปีที่แล้ว ฉันบอกเลิกกับเขา...

.
.
.

"นิด...

เป็นแฟนกันมั๊ย?"


6 ปีที่แล้ว จู่ๆเขาก็เอ่ยคำๆนี้...
ฉันได้แต่นิ่งเงียบ ด้วยความตกใจระคนปลาบปลื้ม เขาจะรู้มั๊ยนะ ว่าจริงๆแล้วฉันดีใจแค่ไหน หัวใจฉันเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมากองอยู่ตรงหน้าและเสียงของมันก็ดังตึกๆกึกก้องเป็นจังหวะอยู่ในหูอย่างกับตีกลองรัว แก้มทั้งสองข้างของฉันเริ่มร้อนผ่าว สายตาจับจ้องไปบนพื้น นิ้วมือทั้งสิบบีบเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว... เขาจะสังเกตเห็นไหมนะ? ปกติฉันไม่เคยเป็นอะไรแบบนี้เลย...
"ว่าไง?" เขาถามซ้ำ
"อือ" เสียงของฉันเล็ดลอดออกมาเบาๆ เพราะลำคอมันแห้งผากไปหมดแล้ว รู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าวยิ่งกว่าเดิมเมื่อเขาก้มหน้าลงมาใกล้ๆ
"อะไรนะ? ไม่ได้ยิน" เขายังถามซ้ำอีก จะแกล้งกันรึยังไงนะ? ตาบ้า
"เออ! หูแตกรึยังไง?!!" ฉันขึ้นเสียงกลบเกลื่อนความเขินอาย แกล้งเงื้อกำปั้นลงบนต้นแขนเขา
"ก็อยากได้ยินดังๆ" เขาพูดกลั้วหัวเราะ ทำเอาฉันพูดไม่ออก
"เขินเป็นด้วยเหรอ?" เขายังหัวเราะไม่เลิก
"ก็ยังไม่เคยมีคนมาขอเป็นแฟนนี่นา ใครจะเหมือนแกล่ะ มีแฟนมาไม่รู้ตั้งกี่คน" ฉันพ้อ
"ก็อย่างแกน่ะ สวยก็ไม่สวย เรียบร้อยก็ไม่เรียบร้อย ถ้าไม่มีฉันที่ชอบของแปลกก็คงจะไม่มีใครมาขอแกเป็นแฟนหรอกมั้ง"
"ไอ้บ้า พูดอย่างนี้เดี๋ยวเลิกกันเลยดีมั๊ย?" ฉันหน้ามุ่ย
"แหน่ะ งอนอีกแล้ว มานี่มา" ว่าแล้วเขาก็ยื่นมือมาหาฉัน
ฉันยื่นมือให้เขาอย่างว่าง่าย วันนั้นเป็นครั้งแรกที่เขากับฉันได้เดินจูงมือกัน และเป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่ามีใครสักคนที่พร้อมจะเดินเคียงข้าง มันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด...
.
.
.
1 ปีก่อนหน้านั้น ฉันได้รู้จักเขาครั้งแรกในวันรับน้องใหม่ในมหาวิทยาลัย
"ชื่ออะไรเหรอ?" ประโยคแรกที่ฉันเอ่ยถาม เมื่อรุ่นพี่ให้ทำความรู้จักกัน ผู้ชายตัวสูงเก้งก้าง เกาหัวแกรกๆหันมามองฉันด้วยท่าทางกวนๆ ตลกดีชะมัดตาคนนี้เมื่อรู้ว่าฉันกับเขาเรียนอยู่คณะเดียวกัน จึงได้สนิทกันตั้งแต่นั้นมา นอกจากฉันและเขา เรายังมีเพื่อนสนิทที่ไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นกลุ่มอีกหลายคน แต่นานวัน เพื่อนในกลุ่มก็ห่างหายไปทีละคนสองคน เพราะต่างก็ไปมีแฟนกันหมด
เหลือเพียงฉัน กับเขา และอิ๋วเพื่อนสนิทอีกคน ยิ่งน้อยคนความสัมพันธ์เราก็ยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้นพวกเราไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด แต่จากนั้นไม่นานอิ๋วก็ได้รู้จักกับหนุ่มต่างคณะ ทิ้งเราไว้อยู่ 2 คน
"เฮ๊ย แกสองคนเนี่ย ไม่คิดจะเป็นแฟนกันบ้างหรอ? คนอื่นเขามีแฟนกันหมดแล้วนะ" จู่ๆ อิ๋วก็เอ่ยถามขึ้นในวันหนึ่ง
"ตลกน่า จะให้ฉันเป็นแฟนกับไอ้เอกเนี่ยนะ บ้าดิ เป็นแฟนลิงดีกว่ามั๊ง" ฉันรีบตอบแก้เขิน พลางเฉไฉไปเรื่องอื่น แต่คืนนั้นแทบนอนไม่หลับเพราะเอาแต่คิดวนเวียนเรื่องนั้นอยู่เกือบทั้งคืน
อิ๋วและเพื่อนในกลุ่มพยายามเชียร์ให้เราเป็นแฟนกันเพราะรู้ว่าเราโสดทั้งคู่ เขาเองก็เพิ่งเลิกกับแฟนเก่ามาไม่กี่เดือนนี้เอง
"ถามจริงเหอะเอก แกชอบนิดรึปล่าววะ?" วันหนึ่งเพื่อนอีกคนถามขึ้น
"ชอบอะไร๊?! ไม่ได้ชอบ ไอ้นิดน่ะเหรอ? เพื่อนกันโว๊ย!" เขาทำท่าเลิกลั่กรีบปฏิเสธทันที
"เฮ๊ย ไปถามอะไรมันต่อหน้าไอ้นิดวะ ใครมันจะไปกล้าตอบเนี่ย?! ไอ้เอกมันหน้าแดงแล้ว!!" อิ๋วส่งเสียงดัง ตามมาด้วยเสียงหัวเราะชอบใจของพวกผู้ชาย
"พวกมึง อย่าพูดมั่วๆดิวะ" เขาตอบก่อนที่จะเดินไปที่อื่น ทำทีว่าไม่สนใจคนที่นั่งอยู่แถวนี้สักกะนิด
เวลานั้นคงเป็นจุดที่ทำให้ฉันรู้ตัวว่าชอบเขาเข้าแล้ว เพราะหลังจากได้ยินเขาพูดแบบนั้นฉันทั้งโกรธและน้อยใจจนไม่อยากแม้กระทั่งที่จะพูดคุยกับเขาอีกเลย

"เฮ่ย นิด ไปกินข้าวกันเถอะ" เย็นวันนั้นเขาโทรมาตามปกติ แต่ฉันนี่สิที่ความรู้สึกไม่ปกติไปซะแล้ว
"ไม่ล่ะ ไม่หิว แกไปคนเดียวละกัน" ฉันตอบห้วนๆ
"เป็นอะไรไปอ่ะ ไม่สบายเหรอ?"
"เปล่า"
"งั้นเป็นไร?"
"ก็เปล่า... ก็แค่ไม่อยากกิน เบื่อ แค่นี้นะ" ฉันวางหูใส่เขาซะดื้อๆ
หลังจากวันนั้นฉันก็ทำปั้นปึ่งใส่เขาไปพักใหญ่ๆ เขาคงจะรู้ตัวอยู่บ้างล่ะ
จนในที่สุดเขาก็โทรมาอีกครั้ง
"เย็นนี้ว่างป่ะ? มีอะไรจะคุยด้วย"
"ไม่ว่าง มีอะไรก็คุยมาเลย"
"ไม่ได้ จะปรึกษาเรื่องสำคัญ มาหน่อยน่า...นะ"
ฉันใจอ่อนจนได้ เย็นวันนั้นฉันไปพบเขาที่ร้านอาหารร้านประจำของกลุ่มเรา แต่มีเพียงฉัน และเขา
"นิด... แกโกรธอะไรฉันอยู่รึเปล่าวะ?"
"เปล่าหนิ" ฉันพยายามเฉไฉ เริ่มคิดได้ว่าจะทำเฉยชากับเขาไปก็เปล่าประโยชน์ ทำแบบนี้ก็ไม่ได้ทำให้เขาหันมาชอบฉันขึ้นมาได้หรอก
"งั้นเป็นอะไรล่ะ?"
"ก็...แค่เครียด" ฉันได้แต่ตอบไปงั้น แต่พอเห็นหน้าเขาที่ไร ประโยคที่ได้ยินในวันนั้นมันก็ดังขึ้นมาในหัวทุกที และฉันก็เริ่มที่จะหงุดหงิดขึ้นมาอีกที
ความเงียบบังเกิดขึ้นรอบกาย มันคงผ่านไปไม่กี่วินาที แต่ตอนนั้นฉันรู้สึกว่ามันช่างยาวนานและอึดอัดเต็มทน
จนในที่สุด เขาเองก็ทำลายบรรยากาศนั้นลง
"นิด...." เขาเอ่ยชื่อฉัน ฉันได้แต่เงยหน้าขึ้นมามองหน้าเขา ถ้าดูไม่ผิดหน้าเขาเริ่มแดงขึ้นทีละนิด
"....เป็นแฟนกันมั๊ย?"
ฉันแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง...
"คือ...ที่ฉันพูดกับพวกมันไปวันนั้นน่ะ ที่จริงฉันก็ตอบไปงั้นล่ะ..."
"ที่จริงแล้ว... ฉันก็ชอบแกอยู่นะ"
.
.
"...."
.
.
"ว่าไง?"
.


"ทำไมล่ะ?" เขาถาม...
เมื่อฉันบอกเลิกกับเขา...
"จะเอาแบบนี้จริงเหรอ?"
"แน่ใจนะ?"

"อือ"
ฉันกรอกเสียงตามสายโทรศัพท์ น้ำตาล้นเอ่อขอบตา มือกำโทรศัพท์ไว้แน่น เสียงของเขาเงียบไปสักพัก...

"บอกได้มั๊ยว่าทำไม?"
.
.


ฉันกับเขาคบกันเป็นเวลา 3 ปี ผ่านช่วงเวลามาแทบทุกอย่าง แบบที่คู่รักควรจะพึงมี ทั้งทะเลาะ คืนดี ช่วยเหลือ เข้าใจ แต่ก็ยังเฝ้าถามตัวเองอยู่ทุกวัน ว่านี่คือ 'ความรัก' แล้วรึยัง?...
"นี่รูปใคร?" ฉันค้นเจอในซอกกระเป๋าตังค์ของเขาในวันหนึ่ง
"แฟนเก่าน่ะ"
"ที่ชื่อนุ่นน่ะเหรอ?"
ฉันเคยได้ยินมาบ้างว่าเขาเคยมีแฟนมาก่อน แต่ไม่เคยรู้รายละเอียดว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นยังไง เลิกกันเพราะอะไร เพราะช่วงที่เขาเลิกกันก็ไม่มีใครกล้าถาม ส่วนตัวเขาเองก็ไม่ค่อยจะเล่าอะไรมากนักจึงคิดว่าหากไม่พูดตอกย้ำคงทำให้เขาหายจากความเศร้าได้เร็วขึ้น
ฉันเห็นภาพของเด็กสาวในชุดมัธยม ถึงสีของภาพจะจางไปบ้าง แต่เห็นได้ชัดว่านุ่นเป็นผู้หญิงที่สวยน่ารัก ตากลมโตคู่นั้นจ้องออกมาที่ฉันอย่างแสนอ่อนหวาน ฉันแทบจะหยุดหายใจไปช่วงระยะสั้นๆเพราะความรู้สึกบางอย่าง... แฟนเก่าของเขา...ผู้หญิงที่ฉันไม่มีวันเหมือน แล้วเขามาชอบคนอย่างฉันลงได้ยังไงกันนะ?
"เล่าเรื่องนุ่นให้ฟังหน่อยได้มั๊ย?" ฉันถามเขา
เขาเล่าให้ฉันฟังว่านุ่นเป็นเด็กสาวแบบที่ผู้ชายแทบทุกคนใฝ่ฝันถึง เขากับนุ่นอยู่ชมรมเดียวกันจึงได้มีโอกาสใกล้ชิดจนในที่สุดเขาก็เอ่ยปากของนุ่นเป็นแฟนขณะที่เรียนอยู่ม.5
ตอนนั้น นุ่น คือทุกสิ่งทุกอย่าง รวมทั้งเหตุผลที่เขาตัดสินใจเลือกมาเรียนในมหาวิยาลัยแห่งนี้ แต่แล้วความสัมพันธ์ของเขาก็จบลงเพราะนุ่นเลือกคนใหม่แทนที่จะเป็นเขา นุ่นบอกเลิกกับเขาตอนปี 1 เทอมต้น...
ทุกครั้งที่ฉันนึกถึงนุ่น ฉันก็เกิดความสงสัยทุกครั้งว่าทำไมเขาถึงมาเลือกคนอย่างฉัน คนที่ต่างจากนุ่นอย่างสิ้นเชิง หรือนี่เป็นเพียงสิ่งที่เขาทำเพื่อลืมเธอ?

"จะเก็บรูปนี้ไว้อีกนานมั๊ยเนี่ย?"
.

.
.

"เป็นเพราะ เราจะต้องอยู่ห่างกัน..."

ฉันกรอกเสียงตามสายโทรศัพท์ พยายามทำน้ำเสียงให้ปกติที่สุด


"เพราะฉันเอง ที่ยังไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ของเรา ถึงแม้แกจะบอกว่ารักฉัน...แต่..."


น้ำตาที่ล้นเอ่อหลั่งไหลลงบนแก้ม ก้อนอะไรบางอย่างเสียดแทงอยู่ในลำคอ

.
.
.
ช่วงหลังฉันรู้มาว่าเขากลับไปติดต่อกับเธอ
"นี่ เบอร์ใคร?" ฉันถาม เมื่อเห็นเบอร์แปลกๆที่โทรเข้ามาหาเขา
"อ๋อ นุ่นน่ะ... จำได้ไหม?" เขาตอบน้ำเสียงราบเรียบ
"เมื่อวานนุ่นโทรมาน่ะ... แต่ฉันลืมเม็มเบอร์ใหม่ของนุ่นไว้ ช่วยเม็มให้หน่อยแล้วกัน..."
"แฟนเก่าน่ะเหรอ?"
"อือ"
"แล้วโทรมาว่าไงล่ะ" ฉันถาม แล้วกดเม็มเบอร์ของเธอใส่เครื่องของเขาอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
"ก็ไม่มีอะไร แค่ถามสารทุกข์สุขดิบ"
"เหรอ" ฉันพยายามทำน้ำเสียงราบเรียบที่สุด ทั้งๆที่ในใจกลับเต้นไม่เป็นจังหวะ ความกลัวบางอย่างมันผุดเข้ามาอยู่ในส่วนลึกของหัวใจอย่างไม่สามารถที่จะสลัดมันออกไปได้
แต่เขาคงจะสังเกตุเห็นท่าทางแปลกๆ จึงถามขึ้น
"นี่ หึงเหรอ?" เขาถามด้วยน้ำเสียงหยอกๆ
"บ้าเหรอ? ใครจะหึงแก" ฉันโกหก
"ไม่มีไรหรอก แค่คุยกันเฉยๆ" ฉันรู้ว่าเขาพยายามตอบให้ฉันสบายใจ แต่ถามไปถามมาจึงได้รู้ว่าเธอเพิ่งเลิกกับแฟนไปเมื่อ 2-3 เดือนที่แล้วเอง
"ถามจริงเหอะ ยังคิดถึงนุ่นอยู่มั๊ย?" ฉันถามเขาตรงๆ
"ไม่แล้ว จะคิดถึงได้ไง?" เขาตอบ แต่ไม่มองมาที่ฉัน เพราะกำลังง่วนอยู่กับงานในมือ
"จริงง่ะ" ฉันคาดคั้น
"อือ" น้ำเสียงของเขาเริ่มหงุดหงิด


แต่หลังจากนั้น นุ่นยังคงติดต่อมาทางข้อความทางโทรศัพท์มือถือของเขาเรื่อยๆ
"มีแมสเสจจากนุ่นมาอีกแล้วล่ะ"
"เหรอๆ" เขาตอบอย่างไม่สนใจ แต่ไม่รู้ว่าเขาพยายามทำให้ฉันสบายใจรึเปล่า หลายครั้งที่ฉันกังวลว่าเขาจะแอบไปติดต่อกับเธอลับหลัง แต่ก็เก็บความรู้สึกนี้ไว้ เพราะไม่อยากให้เขาคิดว่าฉันทำตัวเหมือนเด็ก แต่บางครั้งมันก็อดไม่ได้

อยู่มาวันหนึ่ง เธอก็โทรมาหาเขา
"อ่ะ นี่ แฟนเก่าแกโทรมา" ฉันยื่นโทรศัพท์ให้ด้วยท่าทางหงุดหงิด
เขามองไปที่โทรศัพท์ที่ฉันยื่นให้แล้วเหลือบมามองที่หน้ามุ่ยๆของฉันครู่หนึ่งแล้วจึงหยิบไปรับ
"ครับ" เขากรอกสายไปที่หูโทรศัพท์
"พูดเพราะเชียวนะ ทีกับฉันไม่เห็นจะมีแบบนี้เลย" ฉันบ่นดังๆ เขาจึงเอื้อมมือข้างหนึ่งมาขยี้หัวฉันแรงๆก่อนจะไปสนใจกับคนในสายต่อ
"เจ็บนะ ตาบ้า!"
"โทรมาว่าไง?" ฉันคาดคั้น เมื่อเขาวางหู
"โทรมาชวนไปงานวันเกิดน่ะ อาทิตย์หน้า..."
"จะไปเหรอ?" ฉันถาม
"ไม่ไปหรอก..."


"ฮัลโหล พี่หนึ่งเหรอ?"
"ยัยนิดเหรอ? ไงจ๊ะ?"
"พี่หนึ่ง...มีข่าวดีจะบอกล่ะ"
"อะไรเหรอ?"
"นิดได้ทุนไปเรียนเยอรมนีนะพี่"
"จริงเหรอ?! ยินดีด้วยน๊า!... บอกพ่อแม่รึยัง?"
"โทรมาบอกพี่คนแรกอ่ะแหล่ะ เดี๋ยวคุยกับพี่เสร็จนิดจะโทรไปบอกพ่อกับแม่"
"แล้วจะได้ไปเมื่อไหร่ล่ะ? เดี๋ยวจะได้จัดงานฉลองเลี้ยงส่งที่บ้านเลย ไม่ได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันที่บ้านมานานแล้วหนิ"
"อีก 2 เดือนอ่ะแหล่ะ หลังเรียนจบเลย..."
"เหรอๆ... ว่าแต่ ทำไมเสียงไม่ร่าเริงเลยล่ะ... เป็นอะไรรึเปล่า?"
"...นิด...ยังไม่ได้บอกเอกเลยอ่ะ..."
"ทำไมล่ะ... กลัวเอกจะไม่ยอมให้ไปเหรอ?"
"เปล่า... คนอย่างเอก ถึงจะไม่อยากจะให้นิดไป เขาก็ไม่พูดหรอก..."
"...นิดกำลังสับสนมากเลยล่ะพี่หนึ่ง ทุนนี้นิดอยากได้มานานแล้ว นิดอยากไปเรียนต่อ... แต่นิดไม่อยากไปไกลจากเอกเลย นิดกลัวว่าพอไม่ได้อยู่ด้วยกันนานๆเข้า ทุกอย่างมันจะเปลี่ยนไป..."
"ห่างกันก็ติดต่อกันได้นี่นิด สมัยนี้อะไรๆมันก็มีหมดแล้ว ไม่ต้องกลัวหรอกว่าจะห่างกัน โทรหากันบ่อยๆยังได้ อินเตอร์เน็ตก็มีไม่ใช่เหรอ?"
"มันไม่เหมือนกันนะ พี่หนึ่ง... ถึงนิดจะติดต่อกับเอกได้ตลอด แต่มันก็ไม่เหมือนกับที่เวลาได้อยู่ด้วยกันจริงๆหรอก..."

"พี่ลืมเรื่องของพี่แม็คไปแล้วเหรอ?..."

พี่หนึ่ง เป็นพี่สาวคนเดียวของฉัน ส่วนพี่แม็คคือคนรักคนเก่าของเธอ...
พี่หนึ่งกับพี่แม็คเริ่มคบกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเหมือนฉันกับเขา...
พอเรียนจบทั้งสองได้งานทำกันอยู่คนละที่ แรกๆก็ติดต่อกันตลอด แต่นานวันเข้าระยะทางที่ห่างไกลกลับทำให้ความผูกพันนั้นจืดจาง พี่แม็คเริ่มขาดการติดต่อ ส่วนพี่หนึ่งเองก็มีชายหนุ่มอีกคนเข้ามาในชีวิต
จนในที่สุด
"เราเลิกกันนะ"

"มันไม่เหมือนกันนะ นิด..."
"อย่าเหมารวมว่าคู่ที่ห่างไกลกันทุกคู่จะเป็นแบบพี่สิ..."

ฉันก็ไม่อยากจะคิดแบบนั้น...
แต่บางครั้ง ฉันก็กลัวเกินไป กลัวว่ามันจะเป็นแบบนั้น กลัวที่จะเสียใจทีหลัง กลัวว่าเขาจะโกหก กลัวทุกๆอย่างที่จะเกิดขึ้นเมื่อเราอยู่ห่างกัน ที่ผ่านมา ฉันไม่เคยมั่นใจในตัวเองเลยว่าจะเป็นคนที่เขาเลือกจากใจจริง...
และฉันก็ไม่อยากจะผูกมัดเขาไว้ เพราะตัวเขาเองอาจจะยังไม่เคยลืมเธอคนนั้นเลยด้วยซ้ำ...


"เอก... ฉันรู้นะ วันนั้นแกไม่ได้ไปกินข้าวกับพวกไอ้บอลเฉยๆ"
"เอกไปเจอนุ่นมาด้วยใช่มั๊ย?"
"...."
"ตอบมาสิ เอก"

"ฉันขอโทษ...."
"จริงๆวันนั้นเป็นวันเกิดนุ่นน่ะ แล้วพวกนั้นมันโทรมาชวนไป แต่ถ้าให้ไปเจอนุ่นสองต่อสองฉันก็คงไม่ไปหรอก..."
"...."
"นิด แกโกรธเรื่องนี้ใช่มั๊ย? ฉันขอโทษที่ไม่ได้บอกความจริง... ฉันแค่ ไม่อยากให้แกคิดมากเท่านั้นเอง... ฉันรักแกคนเดียวนะ นิด"
"เรื่องนี้ ไม่ใช่ประเด็นหรอกเอก... แต่ ขนาดเรื่องแค่นี้แกยังโกหกฉันเลย... ถ้าหากเราอยู่ไกลกันล่ะ? มันจะเป็นยังไง?"

"ฉันอยากให้เรา... เป็นแค่เพื่อนที่ดีต่อกันก่อนได้ไหม?"

"ถ้าเอกรักฉันจริง... อีก 2 ปี เอกจะรอฉันได้ไหมล่ะ? ตลอด 2 ปีที่ฉันจะไปอยู่ที่นั่น เวลาที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เอกจะยังมั่นคงกับฉันเหมือนเดิมรึเปล่า...
ฉันไม่อยากจะผูกมัดแกไว้กับคำว่าคนรัก... เพราะไม่รู้ว่าอีก 2 ปีข้างหน้าที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน สิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามาจะทำให้ความรู้สึกของเราเปลี่ยนไปบ้างรึเปล่า...
ตอนนี้ ฉันอยากให้เราลองถอยออกมากันคนละก้าว ทบทวนความสัมพันธ์ของเราก่อน... แล้วต่อจากนี้ไปจะเป็นยังไง ก็ขึ้นกับตัวเราเองแล้วล่ะนะ..."
.
.
.

.

.

.

.
3 ปีมาแล้วสินะ...

จากวันนั้น...จนวันนี้

วันนี้ฉันมีนัดกับเขา... ที่ร้านอาหารแห่งเดิม...

.

.

.

"นิด...

.

.

.

แต่งงานกันมั๊ย?"

.

.

จากวันนั้น... จนถึงวันนี้ เขาได้พิสูจน์แล้ว...
ขอบใจนะเอก... ที่ยังมั่นคงกันฉันเสมอมา ต่อไปจะเป็นยังไง ขึ้นกับฉันและเธอแล้วนะ...

.

.

"ว่าไง นิด?"

.

.

.

"อือ"

.

.

.

.

มอบแด่ S และ J

.

.

.
เรื่องนี้แต่งขึ้นเล่นๆ แด่คู่รักคู่หนึ่งที่เรารู้จัก อยากให้ทั้งคู่ลงเอยแบบนี้จริงๆค่ะ แล้วก็อวยพรให้เพื่อนๆทุกคนมีความรักที่สดใสและมั่นคงเหมือนในเรื่องนี้ละกันนะคะ สวัสดีปีใหม่ 2550 ค่ะ

.

.

.

Comment

Comment:

Tweet


โอวว นึกว่าเป็นเรื่องคุณสะอีก

ถ้าได้ลงเอยกันแบบนี้จริงๆ ก็คงดีเนอะ
น่ารักและหวานมากๆ เลย
สวัสดีปีใหม่นะจ้ะ
#14 by แสงแดด At 2007-01-06 17:05,
อ้าว นี่ไม่ใช่เรื่องจริงเหรอครับเนี่ย แต่งได้เนียนเชียว

ผมมีแฟนอยู่ครับ เราคบกันมาห้าปีแล้ว ตอนคบกันถึงปีครึ่งผมต้องมาเรียนจีนเจ็ดปีครึ่ง ทุกปีจะมีเวลากลับไทยราวสองเดือนครึ่ง เป็นอย่างนี้มาได้สามปีครึ่งแล้ว เรายังรักกันเหมือนเดิม อันนี้น่าจะพิสูจน์ได้ว่า รักแท้ไม่จำเป็นต้องแพ้ระยะทางครับ
#13 by เชน หยินและหยาง At 2007-01-06 10:04,
โอ้ ...แอบขนลุกนิดๆเลยค่ะ เรื่องนี้เขียนดีจังเลย หวังว่าจะเป็นเรื่องจริงขึนมาสักวันเช่นกันนะคะ

สวัสดีปีใหม่ค่า

มาชวนเล่น Blog Tag ค่ะ
http://moodee.exteen.com/20070106/blog-tag
#11 by moodee At 2007-01-06 03:14,
ซึ้งๆ

น่ารักมากๆเลยอ่าค่ะ สองคนนี้

คิดถึงใจกันดีจังเลย

ผ่านไปนานแค่ไหนแต่รักก้ยังคงอยู่ล่ะเน้อ.... ขอบคุณที่แบ่งปันบทความดีๆให้อ่านนะคะ
#10 by pure art At 2007-01-05 22:27,
ว้า! ถ้าเป็นเรื่องแต่งจริง ๆ
ขอหักคะแนน ความโรแมนติกออก
แต่ถ้าเป็นเรื่องจริง น่ารักมากเลย คู่นี้
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
ขอให้มีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต
#9 by Yuri Gagarin At 2007-01-05 16:56,
ซาบซึ้งมากๆๆๆๆเลยอ่ะ~ ที่สำคัญคือ เขียนเรื่องได้น่าอ่านมากๆเลยครับ!!
แบบว่าเห็นภาพเลย... น่าจะเอาไปสร้างเห็นหนังเลยนะเนี่ย!!
ชอบมากๆเลย เข้าใจความรู้สึกของนิดแต่ก็เข้าใจความรู้สึกของเอกตอนที่นุ่นติดต่อมาด้วย.........
ชอบเรื่องนี้มากๆเลยครับ!! เอก...นายเยี่ยมมาก!!!
#8 by Peptender At 2007-01-05 15:10,
แหม๋ นึกว่าจะได้รับข่าวดี ที่น่ายินดี
มีใครสักคนที่ตอบรับหนุ่มที่ขอแต่งงานไปแล้วนั่น
#7 by moodee At 2007-01-04 01:55,
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
น่ารักจังเลย + ซึ้งด้วย ชอบจัง อ่านตอนแรกนึกว่าเรื่องจริง
....
#6 by Nw.kana Quatre At 2007-01-03 21:20,
กรี๊ด อ่านแล้วรู้สึกดีมากเลยค่ะ ตอนแรก็นึกอยากด่า ทำไม นิดถึงไม่เชื่อใจคนที่รักตัวเอง แต่จริงๆแล้วเธอก็แค่อยากจะแน่ใจ จนสุดท้ายทุกอย่างมันก็แน่ชัด
น่ารักมากๆ ค่ะ
สวัสดีปีใหม่น้า
#5 by nomorebrain At 2007-01-03 16:16,
สว้สดีปีใหม่จ้า
ชอบๆอ่ะ น่ารักดี
น่าจะลองส่งไปลงหนังสือดูนะเนี้ย
ฝีมือเขียนยังกับนักเขียนมืออาชีพเลย
ไว้แข่งกับพี่ปรายงัย
#4 by pakmom At 2007-01-03 01:22,
สวัสดีปีใหม่

เรื่องแต่งราวกับเรื่องจริง
#3 by . At 2007-01-03 00:06,
เเต่งได้น่ารักดีคับบ หวานกันตั้งเเต่ต้นปีเลยน้า~
#2 by ~* นายจดหมายรัก ^^ At 2007-01-02 23:38,
เรื่องน่ารักจังเลย
นั่นสินะ ระยะทางไกลกัน ความสัมพันธ์ก็ยิ่งรักษาไว้ได้ยาก...

สวัสดีปีใหม่ค่า
#1 by naranjina At 2007-01-02 23:35,