2006/Sep/30

สโนว์ไวท์ ชื่อนี้หลายคนคงคุ้นเคยนะคะ แต่เคยได้ยินเรื่องฉบับดั้งเดิมของมันรึยังคะ?

ถึงแม้ว่าเวอร์ชั่นที่โด่งดังเป็นที่รู้จักสุดๆจะเป็นของวอลต์ ดิสนี่ย์ และใครๆก็รู้ว่ามันดัดแปลงมาจากเรื่องเล่าของสองพี่น้องกริมม์ แต่ใครจะรู้ว่าจริงๆแล้วเรื่องเล่าของสโนว์ไวท์มีก่อนหน้านั้นมานานแล้วล่ะ ทั่วทั้งยุโรป เอเชียไมเนอร์ หรือแถวแอฟริกา(เขาว่างั้นนะ) วันนี้ขอหยิบมาบางเรื่องมาเล่าให้ฟัง..เอ๊ย เขียนให้อ่านละกันนะคะ ที่จริงอยากแปลมาลงทุกเรื่องเลย แต่เวลาจำกัดแล้วก็กลัวเอนทรี่มันยาวเกินไปค่ะ เริ่มด้วยเวอร์ชั่นแรกที่ของสองพี่น้องกริมม์ที่คุณคุ้นเคย(แต่อาจเพิ่งเคยได้ยินเรื่องเต็มๆของมัน)กันเลยดีกว่าค่ะ...

.

สโนว์ไวท์

(Little Snow-White)

โดย สองพี่น้องกริมม์ ประเทศเยอรมนี

แปลและเรียบเรียงโดย Melody

าลครั้งหนึ่งนานมาแล้วในฤดูเหมันต์อันหนาวเหน็บ ยามที่เกร็ดหิมะโปรยปรายดั่งขนนกที่ร่วงหล่นจากสวงสวรรค์


ณ หน้าต่างบานหนึ่งของพระราชวัง ยังมีราชินีแสนสวยกำลังนั่งปักผ้าในกรอบไม้อีโบนี พลางทอดสายตาไปยังหิมะขาวสะอาดแสนไกล จนเผลอทำเข็มทิ่มลงบนนิ้วตนเอง หยดเลือดสามหยดร่วงหล่นลงบนหิมะขาว เกิดเป็นภาพที่สวยงามยิ่งนัก
"หากเพียงฉันมีลูกสาวที่มีผิวขาวเช่นเดียวกับหิมะ ริมฝีปากแดงเรื่อดั่งโลหิต และเส้นผมดำขลับราวกับไม้อีโบนีล่ะก็ คงจะดีนะ..." ราชินีสาวทรงตรัสพึมพำกับตัวเอง
หลังจากนั้นไม่นานนัก พระนางก็ได้ให้กำเนิดพระธิดาอันแสนงดงามที่มีผิวขาวเช่นเดียวกับหิมะ ริมฝีปากแดงเรื่อดั่งโลหิต และเส้นผมดำขลับราวกับไม้อีโบนี ซึ่งได้รับพระนามว่าเจ้าหญิง'สโนว์ไวท์'น้อยๆ อันเป็นที่รักของทุกคน

ระราชินีทรงชื่นชมในความงดงามของตนเองเป็นอันมาก ทุกๆวันพระองค์จะเฝ้าถามกระจกวิเศษว่า
"กระจกวิเศษ จงบอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี?"
ได้ยินดังนั้น กระจกวิเศษก็จะให้คำตอบว่า
"ก็ท่านน่ะสิ ท่านราชินี ท่านคือหญิงที่งดงามที่สุดในปฐพี"
แล้วพระนางก็จะพอพระทัยเป็นอันมากกับคำตอบนี้

แต่ครั้นเมื่อเจ้าหญิงน้อยเติบใหญ่ จนอายุ7พรรษาความงดงามของพระองค์ก็ยิ่งเฉิดฉายจนมากกว่าพระราชินีด้วยซ้ำ

เมื่อพระนางทรงเอ่ยถามกระจกวิเศษว่า
"กระจกวิเศษ จงบอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี?"
กระจกวิเศษกลับตอบว่า
"ท่านราชินี ท่านงดงามยิ่งก็จริง แต่เจ้าหญิงสโนว์ไวท์งดงามกว่าท่านเป็นพันเท่า"

ได้ยินดังนั้น พระนางก็ทรงมีพระพักต์ซีดเผือดด้วยความริษยา และเกิดความจงเกลียดจงชังเจ้าหญิงสโนว์ไวท์ในบัดดล

มื่อใดที่พระนางทอดพระเนตรไปยังเจ้าหญิง ก็ทรงคิดว่าเจ้าหญิงเป็นสาเหตุให้ตนไม่ใช่หญิงสาวที่สวยงามที่สุดในปฐพีอีกต่อไป ซึ่งทำให้พระนางเกิดความว้าวุ่นในใจเป็นล้นพ้น
ความอิจฉาริษยานั้นทำให้จิตใจของพระนางไม่สงบ จนสุดท้าย พระนางจึงเรียกนายพรานคนหนึ่งมาและออกคำสั่งว่า
"เจ้าจงพาสโนว์ไวท์เข้าไปในป่าลึก แล้วฆ่านางด้วยมีด และเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่านางตายแล้วเจ้าจงนำปอดและตับของนางกลับมาด้วย ข้าจะนำไปปรุงอาหารและจัดการกินมันซะ"
ได้ยินดังนั้น นายพรานจึงพาสโนว์ไวท์เข้าไปในป่าลึก ครั้นเมื่อเขากำลังเงื้อคมมีดขึ้นมาเพื่อจะแทงเจ้าหญิง พระองค์ก็ทรงร่ำไห้ด้วยความหวาดกลัวและร้องขอชีวิตจากเขาและให้สัญญาจะว่าจะหนีไปไกลๆไม่ให้ใครมาพบเห็นได้อีกเลย
ด้วยความงดงามของเจ้าหญิง ทำให้นายพรานใจอ่อนและไม่กล้าลงมือกระทำ เขาจึงได้ปล่อยพระองค์ไปพลางคิดว่าต่อไปพระองค์คงโดยสัตว์ป่าผู้หิวโหยฆ่ากินภายในเวลาไม่นาน เขาจัดการฆ่าหมูป่าแล้วตัดเอาปอดและตับของมันไปให้ราชินี

มื่อเจ้าหญิงอยู่โดดเดี่ยวในป่าอันกว้างใหญ่และมืดมิด พระองค์ทรงหวาดกลัวเป็นอันมากและเริ่มที่จะวิ่งไปเรื่อยๆเพื่อที่จะพบที่ๆปลอดภัยถึงแม้ที่จะต้องฝ่าคมหินและขวางหนามใบหญ้าแหลมคมเพียงใด
ในที่สุด เมื่อพระอาทิตย์คล้อยต่ำ พระองค์ก็พบกระท่อมหลังเล็กๆหลังหนึ่งที่กลางป่า ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าคนแคระที่ทำเหมืองทั้งเจ็ด
เมื่อพระองค์เปิดประตูเข้าไป ก็พบสิ่งของขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะอาหารขนาดเล็กที่ประกอบด้วยถ้วยชามเล็กๆ7ชุด และที่ฝาผนังก็เรียงรายไปด้วยเตียงนอนเล็กๆอันสะอาดสะอ้านเรียบร้อย7เตียง
ด้วยความหิว พระองค์จึงได้แอบเสวยผักและขนมปังจากจานเล็กๆแต่ละจาน แล้วก็ดื่มไวน์เข้าไปเล็กน้อย จากนั้นพระองค์ก็ลองนอนบนเตียงของคนแคระทีละเตียงและสุดท้ายก็ผล็อยหลับลงบนเตียงของคนแคระคนที่7ซึ่งพอดีกับตัวพระองค์มากที่สุดด้วยความเหนื่อยอ่อน
ตกดึกเมื่อเหล่าคนแคระทั้งเจ็ดกลับมาจากเหมือง พวกเขาก็จุดเทียนไขของแต่ละคนและพบว่ามีใครบางคนอยู่ในบ้านของพวกเขา


คนแคระคนแรกเอ่ยขึ้นว่า
"ใครกันนะที่มานั่งบนเก้าอี้ของข้า?"

แล้วคนแคระคนที่สองก็เอ่ยตามขึ้นมาว่า
"แล้วใครกันที่มากินอาหารจากจานของข้า?"

ตามมาด้วยเสียงของคนแคระคนที่สาม
"ขนมปังของข้าก็ถูกกินไปด้วย?"

และคนที่สี่
"ผักของข้าก็เหมือนกัน?"

คนที่ห้า
"ส้อมของข้าก็มีคนเอาไปใช้ด้วย?"

คนที่หก
"มีดข้าก็เหมือนกัน?"

และ คนที่เจ็ด
"ไวน์จากเหยือกของข้าก็หายไป?"

จากนั้น คนแคระคนแรกก็เริ่มเอ่ยคำถามขึ้นมาอีกครั้ง
"เอ๊ะ ใครกันนะที่ขึ้นมาบนเตียงของข้า?" ตามมาด้วยเสียงของคนแคระคนที่สอง
"เตียงข้าก็มีร่องรอยของใครขึ้นมานอนเช่นกัน" และตามมาด้วยเสียงของคนแคระคนที่สาม สี่ ห้า หก และสุดท้ายคือคนแคระคนที่เจ็ดซึ่งพบว่าใครบางคนกำลังนอนหลับอยู่บนนั้น เหล่าคนแคระต่างตกใจและวิ่งกรูเข้ามาจ้องมองไปที่หญิงสาวผู้เลอโฉมอยู่ตรงหน้า


"โอ สวรรค์ทรงโปรด นางช่างงดงามยิ่งนัก!" พวกเขาต่างชอบพระองค์และปล่อยให้บรรทมต่อจนรุ่งสาง โดยคนแคระคนที่เจ็ดต้องไปนอนกับเตียงของสหายแทน
เมื่อพระองค์ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เหล่าคนแคระต่างถามไถ่เกี่ยวกับพระองค์และถามความเป็นมาว่าทำไมจึงมาอยู่ในบ้านพวกตนได้ เจ้าหญิงจึงเล่าสิ่งต่างๆให้พวกเขาฟัง ไม่ว่าจะเป็นมารดาผู้ใจร้ายที่ต้องการจะปลิดชีวิตพระองค์ รวมทั้งนายพรานที่ปล่อยให้พระองค์รอดชีวิต และการผจญอยู่ในป่ากระทั่งมาพบกระท่อมหลังนี้
ได้ยินดังนั้นเหล่าคนแคระก็เกิดความสงสารและให้เจ้าหญิงอยู่ในบ้านต่อไป แต่มีข้อแม้คือ "ท่านจะต้องดูแลงานบ้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เตียงนอน ซักผ้า ในขณะที่พวกเราทำงานอยู่ที่เหมือง เมื่อเรากลับมาบ้านอาหารเย็นจะต้องพร้อม และเมื่อท่านอยู่เพียงลำพังในบ้านโปรดระวังการมาของราชินี แล้วอย่าให้ใครเข้ามาในบ้านโดยเด็ดขาด"

มื่อราชินีเข้าใจว่าสโนว์ไวท์ได้ถูกฆ่าตายไปแล้ว พระนางก็กลับกลายเป็นหญิงที่งดงามที่สุด รุ่งเช้าพระนางก็ไปหากระจกวิเศษอีกครา

"กระจกวิเศษ จงบอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี?"
กระจกวิเศษได้ให้คำตอบว่า
"ท่านราชินี ท่านงดงามยิ่งก็จริง แต่เจ้าหญิงสโนว์ไวท์ที่อยู่ในป่าลึกเบื้องหลังภูเขาเจ็ดลูกงดงามกว่าท่านเป็นพันเท่า"

ได้ยินดังนั้น พระนางก็ทรงกริ้วอย่างมากที่นายพรานไม่ได้ฆ่าเจ้าหญิง แต่กลับเอาอวัยวะของสัตว์มาหลอกลวงพระนาง ราชินีใจร้ายรู้ว่ามีเพียงคนแคระทำเหมืองทั้งเจ็ดเท่านั้นที่อาศัยอยู่ในป่าเบื้องหลังหุบเขาเจ็ดลูก จึงคาดว่าพวกคนแคระจะต้องให้ความช่วยเหลือแก่สโนว์ไวท์แน่ๆ พระนางจึงวางแผนโดยปลอมตัวเป็นยายแก่หาบเร่ และเดินทางไปยังกระท่อมของคนแคระ
เมื่อถึงที่นั่น นางก็เคาะประตูบ้านและเรียกเจ้าหญิงสโนว์ไวท์ออกมา
"สวัสดีจ้ะ มีใครอยู่ในบ้านไหมจ๊ะ? ช่วยเปิดประตูหน่อย ฉันคือแม่ค้าหาบเร่ มีเครื่องแต่งตัวสวยๆมาขายจ้ะ"
เจ้าหญิงชะเง้อมองจากในบ้านแล้วทรงถามว่า "มีอะไรมาขายจ๊ะยาย?"
"สายรัดเอวจ๊ะ สาวน้อย" ว่าแล้วราชินีใจร้ายในคราบของยายแก่ก็ยื่นสายรัดเอวที่ถักทอขึ้นจากไหมสีฟ้า เหลือง และแดงอันสวยงามให้แก่เจ้าหญิง "อยากลองเส้นนี้ดูไหมจ๊ะ?"
"จ๊ะ ยาย" เจ้าหญิงตอบพลางคิดในใจว่าจะให้ยายแก่เข้ามาในบ้านได้เพราะท่าทางนางไม่มีประสงค์ร้าย พระองค์จึงเปิดประตูเพื่อที่จะซื้อสายรัดเอวจากนาง


"เจ้าผูกไม่ถูก ให้ข้าช่วยเถอะนะ" ว่าแล้วนางก็รัดเอวเจ้าหญิงด้วยสายรัดเอวแน่นมากๆจนเจ้าหญิงหายใจไม่ออก พระองค์จึงล้มลงด้วยความหมดสติดั่งผู้ที่สิ้นใจแล้ว ราชินีจึงได้รีบหนีไป
เมื่อคนแคระทั้งเจ็ดกลับมาถึงบ้านตอนค่ำ จึงพบร่างของเจ้าหญิงบนพื้นดั่งคนตาย พวกเขาเสียใจเป็นอย่างมาก พวกเขาประคองร่างพระองค์ขึ้นมาจากพื้นแล้วพบว่าสายรัดเองถูกผูกแน่นจนเกินไปจึงได้ตัดให้มันขาดออกจากกัน ทำให้เจ้าหญิงสามารถหายใจได้แล้วฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง
"คงเป็นฝีมือของราชินีใจร้ายแน่ๆ " คนแคระกล่าว
"คราวหน้าได้โปรดอย่าเปิดประตูให้ใครอีกนะ"

เมื่อกลับไป พระราชินีจึงถามกระจกวิเศษว่า
"กระจกวิเศษ จงบอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี?"
"ท่านราชินี ท่านงดงามยิ่งก็จริง แต่เจ้าหญิงสโนว์ไวท์ที่อาศัยอยู่กับเหล่าคนแคระทั้งเจ็ดงดงามกว่าท่านเป็นพันเท่า"
ได้ยินดังนั้น พระนางก็ทรงกริ้วเป็นอย่างมาก แล้วคิดหาวิธีการใหม่ที่จะคร่าชีวิตเจ้าหญิงสโนว์ไวท์อีกครั้ง พระนางปลอมตัวอีกครั้งให้ดูต่างไปจากเดิม แล้วตรงไปยังกระท่อมกลางป่าพร้อมกับหวีอาบยาพิษ แต่คราวนี้เจ้าหญิงกลับปฏิเสธไม่ให้นางเข้ามา
"ขอโทษนะจ๊ะ แต่ฉันถูกห้ามไม่ให้อนุญาติให้คนอื่นเข้ามาในบ้านจ้ะ"

นางจึงหยิบหวีออกมาให้เจ้าหญิงได้เห็น และเมื่อพระองค์เห็นความงดงามของมันและเห็นว่านางไม่ใช่ยายแก่คนเดิม จึงยอมให้นางเข้ามานบ้าน และซื้อหวีจากนาง
"ให้ยายช่วยเจ้าหวีผมนะจ๊ะ" ยายแก่กล่าว แล้วปักหวีอาบยาพิษลงบนศีรษะของเจ้าหญิง จากนั้นพระองค์ก็หมดสติล้มลงไป "คราวนี้เจ้าคงจะไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีกแล้วนะ" ราชินีใจร้ายกล่าว แล้วจากไปด้วยใจเบิกบาน

เมื่อเหล่าคนแคระกลับมาบ้าน พวกเขาพบหวีอาบยาพิษและนำออกมาจากศีรษะของเจ้าหญิง ทำให้พระองค์ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง และได้ให้สัญญากับคนแคระว่าจะไม่ยอมให้ใครเข้ามาในบ้านอีก

เมื่อกลับไป พระราชินีก็ถามกระจกวิเศษอีกครั้งว่า
"กระจกวิเศษ จงบอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี?"
"ท่านราชินี ท่านงดงามยิ่งก็จริง แต่เจ้าหญิงสโนว์ไวท์ที่อาศัยอยู่กับเหล่าคนแคระทั้งเจ็ดงดงามกว่าท่านเป็นพันเท่า"
เมื่อได้ยินดังนั้น พระนางก็ทรงกริ้วและตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ
"มันจะต้องตาย แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของข้า!"
จากนั้นพระนางก็มุ่งหน้าไปยังห้องลับ ห้องที่ไม่มีใครอื่นได้รับอนุญาติให้ย่างก้าวเข้าไป แล้วก็ทำแอปเปิ้ลอาบยาพิษขึ้นมาซึ่งมีสีแดงสดใสน่าลิ้มลอง แล้วก็ปลอมตัวเป็นหญิงชาวนา มุ่งหน้าไปยังกระท่อมของคนแคระทั้งเจ็ด
เมื่อไปถึงนางก็เคาะประตูบ้าน
"ฉันไม่ได้รับอนุญาติให้พาคนอื่นเข้ามาในบ้านจ้ะยาย" เจ้าหญิงชะเง้อออกมาและกล่าว
"ถ้างั้น ยายก็คงจะไม่ดึงดันเข้าไปหรอกนะ" นางกล่าว
"แต่ยายมีแอปเปิ้ลมาขายจ้ะ ลองเอาไปชิมดูก่อนมั๊ยจ๊ะ?"
"ไม่ได้หรอกจ๊ะยาย พวกเขาไม่ให้ฉันรับของจากคนแปลกหน้าด้วย"
"เอาอย่างนี้มั๊ยจ๊ะ? ถ้าเจ้ากลัว ยายจะผ่าแอปเปิ้ลเป็น2ซีก แล้วยายจะกินเองครึ่งนึง ส่วนอีกครึ่งสีแดงสวยสดนี้ให้เจ้าละกัน" นางกล่าว ซึ่งแท้จริงแล้ว แอปเปิ้ลลูกนี้ไปอาบยาพิษมาเพียงครึ่งลูก
เมื่อเจ้าหญิงเห็นยายแก่กินแอปเปิ้ลแล้ว จึงเกิดความหิวกระกายขึ้นมาบ้างแล้วรับแอปเปิ้ลอีกส่วนจากยายแก่ และเมื่อพระองค์ได้กัดลงบนแอปเปิ้ล พระองค์ก็หมดสติล้มลงในทันใด

พระราชินีเดินทางกลับมาพระราชวังด้วยความปิติสุข
"กระจกวิเศษ จงบอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี?"
"ก็ท่านน่ะสิ ท่านราชินี ท่านคือหญิงที่งดงามที่สุดในปฐพี"
"คราวนี้ฉันจะได้อยู่อย่างสงบสุขเสียที เมื่อมันตายไปแล้ว ฉันก็จะกลายเป็นหญิงที่งดงามที่สุด"

เมื่อเหล่าคนแคระกลับมาถึงบ้าน พวกเขาเจอร่างเจ้าหญิงอยู่บนพื้น จึงพยายามค้นหาสิ่งต่างๆที่คาดว่าจะเป็นสาเหตุแห่งการตายของเจ้าหญิง แต่ก็ไม่พบ พวกเขาไม่สามารถช่วยเจ้าหญิงให้ฟื้นกลับมามีชีวิตได้อีกต่อไป
พวกเขานำร่างของพระองค์ไปไว้ในโลง และร่ำไห้ด้วยความเศร้าโศกเป็นเวลา3วัน
เหล่าคนแคระคิดว่าจะนำร่างของเจ้าหญิงไปฝัง แต่พบว่าเจ้าหญิงยังคงสวยงามไม่เหมือนดั่งผู่ที่ตายแล้วด้วยแก้มสีชมพูระเรื่อ พวกเขาจึงสร้างโลงแก้วขึ้นมาและนำพระองค์ไปวางในนั้นแล้วเขียนชื่อของพระองค์และบรรพบุรุษด้วยอักษรสีทอง แล้วผลัดกันเฝ้าดูแลพระองค์ในแต่ละวัน

ร่างของเจ้าหญิงอยู่ในโลงแก้วเป็นเวลานาน แต่ไม่เคยเน่าเปื่อย ทรงดูเหมือนแค่คนที่หลับไปเท่านั้น พระองค์ยังคงมีผิวขาวดั่งหิมะ ริมฝีปากแดงสดดั่งสีโลหิต และหากพระองค์ทรงลืมตาขึ้นมาได้ มันก็คงจะเป็นสีดำขลับของไม้อีโบนี

วันหนึ่ง เจ้าชายหนุ่มได้เดินทางผ่านมายังกระท่อมของคนแคระ และต้องการที่พักสำหรับ1คืน ที่นั่น พระองค์ก็ได้พบกับเจ้าหญิงสโนว์ไวท์ที่นอนอยู่ในโลงแก้วและรอบล้อมด้วยแสงเทียนจากเทียนเล็กๆ7เล่ม เจ้าชายไม่สามารถละสายตาไปจากพระองค์ได้เลย เจ้าชายอ่านคำจารึกที่โลงแก้วและได้พบว่าพระองค์เป็นธิดาของพระมหากษัตริย์องค์หนึ่ง เจ้าชายต้องการจะซื้อพระองค์จากเหล่าคนแคระ แต่พวกเขาไม่สามารถที่จะขายเจ้าหญิงอันเป็นที่รักเพื่อแลกกับเงินทองได้
เจ้าชายจึงร้องขอพวกเขาให้ยกเจ้าหญิงให้พระองค์พร้อมเหตุผลที่ว่าพระองค์จะไม่สามารถอยู่ได้อีกต่อไปหากปราศจากเจ้าหญิง พระองค์ให้สัญญาว่าจะรักษาเจ้าหญิงด้วยความรักและทนุทนอมยิ่งกว่าสิ่งใด เหล่าคนแคระจึงเห็นใจและยกเจ้าหญิงให้กับเจ้าชาย

เจ้าชายนำร่างของเจ้าหญิงไปไว้ยังห้องๆหนึ่งในปราสาท ห้องที่พระองค์จะเข้ามาอยู่กับเจ้าหญิงทั้งวันและเฝ้ามองไปเรื่อยๆ เมื่อใดที่พระองค์มีความจำเป็นจะต้องออกไปแล้วไม่ได้เจอหน้าเจ้าหญิง พระองค์ก็จะเกิดความเศร้าใจขึ้นมา
พระองค์ไม่สามารถจะเสวยได้หากไม่มีเจ้าหญิงสโนว์ไวท์อยู่เคียงข้าง เหล่าข้าทาสบริวารที่ต้องเคลื่อนย้ายโลงศพอยู่เป็นประจำจึงหัวเสียเป็นประจำ อยู่มาวันหนึ่งคนรับใช้คนหนึ่งจึงไปเปิดโลงขึ้นมาแล้วยกตัวเจ้าหญิงขึ้นมาพร้อมกล่าวว่า "พวกเราลำบากลำบนอยู่ทุกวี่ทุกวัน ก็เพราะแค่ศพของนังเด็กสาวคนนึงเท่านั้นเอง!!" แล้วเขาก็ตีลงบนหลังของเจ้าหญิงสโนว์ไวท์ ทันใดนั้น ชิ้นของแอปเปิ้ลอาบยาพิษก็หลุดออกมาจากปากของพระองค์ และพระองค์ก็ฟื้นขึ้นมาจากความตาย

เจ้าชายทรงปลื้มปิติเป็นอย่างมาก และในมื้อนั้นพระองค์ทั้งสองก็เสวยพระกระยาหารด้วยกันอย่างมีความสุข</